มูลนิธิศัลยแพทย์ทรวงอกแห่งประเทศไทย

ข้อบังคับ
มูลนิธิศัลยแพทย์ทรวงอกแห่งประเทศไทย
หมวดที่ 1
ชื่อ เครื่องหมาย และสำนักงานที่ตั้ง
ข้อ 1 มูลนิธินี้ชื่อว่า มูลนิธิศัลยแพทย์ทรวงอกแห่งประเทศไทย ย่อว่า ศ.อ.ท. เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า The Foundation of Thoracic Surgeons of Thailand ย่อว่า FTST .
ข้อ 2 เครื่องหมายของมูลนิธิ คือ มีลักษณะเป็นรูปวงกลมมีรูปหัวใจ หลอดอาหาร หลอดลม หลอดเลือด อยู่ตรงกลาง สองข้างเป็นปอด ภายใต้มีรูปพญานาคพันพระขรรค์รอบวงกลมตอนบนมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษ และบริเวณฐานเป็นรูปครึ่งวงกลม มีชื่อเขียนเป็นภาษาไทย ที่บริเวณฐานมีเขียนบอกปี ที่ก่อตั้งด้านซ้ายมือเป็น พ.ศ. 2552 และข้างขวาเป็ น A.D.2009
ข้อ 3 สำนักงานใหญ่ของมูลนิธิตั้งอยู่ที่ อาคารเฉลิมพระบารมี ๕๐ ปี เลขที่ 2 ซอยศูนย์วิจัย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
หมวดที่ 2
วัตถุประสงค์
ข้อ 4 วัตถุประสงค์ของมูลนิธินี้ คือ
4.1 ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านศัลยแพทย์ทรวงอกให้ก้าวหน้าและทันเหตุการณ์
4.2 สนับสนุนการวิจัยวิชาศัลยแพทย์ทรวงอก
4.3 ฝึกอบรมวิชาศัลยแพทย์ทรวงอกให้แก่แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์
4.4 เผยแพร่ความรู้ด้านศัลยแพทย์ทรวงอกให้แก่ประชาชน
4.5 ช่วยเหลือประชาชนในด้านการป้องกันและรักษาโรคศัลยแพทย์ทรวงอก
4.6 ส่งเสริมสนับสนุนสถาบันวิชาการ และการกุศลอื่น ๆ เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ
4.7 ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด
หมวดที่ 3
ทุนทรัพย์ ทรัพย์สิน หรือการได้มาซึ่งทรัพย์สิน
ข้อ 5 ทรัพย์สินของมูลนิธิมีทุนเริ่มแรก คือ
5.1 เงินสด จำนวน 200,000.- บาท (สองแสนบาทถ้วน)
ข้อ 6 มูลนิธิอาจได้มาซึ่งทรัพย์สินโดยวิธีต่อไปนี้
6.1 เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้ยกให้โดยพินัยกรรมหรือนิติกรรมอื่น ๆ โดยมิได้มีเงื่อนไขผูกพันให้มูลนิธิต้องรับผิดชอบในหนี้สินหรือภาระติดพันอื่นใด
6.2 เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคให้
6.3 ดอกผลซึ่งเกิดจากทรัพย์สินของมูลนิธิ
6.4 รายได้อันเกิดจากการจัดกิจกรรมของมูลนิธิ
หมวดที่ 4
คุณสมบัติและการพ้นจากตาแหน่งของกรรมการ
ข้อ 7 กรรมการของมูลนิธิต้องมีคุณสมบัติดังนี้
7.1 มีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์
7.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
7.3 ไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก เว้นแต่จะได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
ข้อ 8 กรรมการของมูลนิธิพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
8.1 ถึงคราวออกตามวาระ
8.2 ตายหรือลาออก
8.3 ขาดคุณสมบัติตามข้อบังคับข้อ 7
8.4 เป็นผู้มีความประพฤติและปฏิบัติตนเป็นที่เสื่อมเสีย และคณะกรรมการมูลนิธิมีมติให้ออกโดยมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของคณะกรรมการมูลนิธิ
หมวดที่ 5
การดำเนินงานของคณะกรรมการของมูลนิธิ
ข้อ 9 มูลนิธินี้ดำเนินการโดยคณะกรรมการมูลนิธิ มีจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน แต่ไม่เกิน 13 คน
ข้อ 10 คณะกรรมการของมูลนิธิ ประกอบด้วย ประธานกรรมการมูลนิธิ รองประธานกรรมการมูลนิธิ เหรัญญิก เลขานุการมูลนิธิ และกรรมการอื่น ๆ ตามจา นวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับข้อ 9
ข้อ 11 การแต่งตั้งกรรมการมูลนิธิให้ปฏิบัติดังนี้ ให้คณะกรรมการมูลนิธิชุดที่ดำรงตำแหน่งอยู่แต่งตั้งประธานกรรมการมูลนิธิ และกรรมการอื่น ๆ ตามจำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับ
ข้อ 12 กรรมการดำเนินงานมูลนิธิอยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี
ข้อ 13 การแต่งตั้งคณะกรรมการมูลนิธิให้ถือเสียงข้างมากของที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิเป็นมติของที่ประชุม
ข้อ 14 กรรมการมูลนิธิที่พ้นจากตา แหน่งตามวาระ อาจได้รับแต่งตั้งเข้าเป็นกรรมการมูลนิธิได้อีก เว้นแต่ ประธานกรรมการ เหรัญญิก และเลขานุการ ให้อยู่ในตาแหน่งได้ติดต่อกันไม่เกิน 2 วาระ หรือ 4 ปี
ข้อ 15 ในกรณีที่กรรมการของมูลนิธิพ้นจากตาแหน่งเมื่อถึงคราวออกตามวาระ ให้กรรมการของมูลนิธิที่พ้นจากตาแหน่งเมื่อถึงคราวออกตามวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ามูลนิธิจะได้รับแจ้งการจดทะเบียนกรรมการของมูลนิธิที่ตั้งใหม่
หมวดที่ 6
อำนาจหน้าที่คณะกรรมการมูลนิธิ
ข้อ 16 คณะกรรมการมูลนิธิมีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินกิจการของมูลนิธิตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิและภายใต้ข้อบังคับนี้ให้มีอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
16.1 กำหนดนโยบายของมูลนิธิ และดำเนินการตามนโยบายนั้น
16.2 ควบคุมการเงินและทรัพย์สินต่าง ๆ ของมูลนิธิ
16.3 เสนอรายงานกิจการ รายงานการเงิน และบัญชีรายรับ – รายจ่ายต่อนายทะเบียน
16.4 ดำเนินการให้เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ และวัตถุประสงค์ของข้อบังคับนี้
16.5 ตราระเบียบเกี่ยวกับการดำเนินกิจการของมูลนิธิ
16.6 แต่งตั้งหรือถอดถอนคณะอนุกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง หรือหลายคณะเพื่อดำเนินการเฉพาะอย่างของมูลนิธิ ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการมูลนิธิ
16.7 เชิญประธานกรรมการที่พ้นจากตาแหน่งตามวาระ หรือลาออก เป็นประธานกรรมการกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ
16.8 เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ หรือบุคคลที่ทำประโยชน์ให้มูลนิธิเป็นพิเศษเป็นกรรมการกิตติมศักดิ์
16.9 เชิญผู้ให้การสนับสนุนหรือบริจาคเงินตั้งทุนมูลนิธิตั้งแต่ 100,000.- บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) ขึ้นไป เป็นกรรมการอุปถัมภ์
16.10 เชิญผู้ทรงเกียรติเป็นกรรมการที่ปรึกษา
ข้อ 17 ประธานกรรมการมูลนิธิมีอำนาจหน้าที่ดังนี้
17.1 เป็นประธานของการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ
17.2 สั่งเรียกประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ
17.3 เป็นผู้แทนของมูลนิธิในการติดต่อกับบุคคลภายนอก หรือการลงลายมือชื่อในเอกสารข้อบังคับ และสรรพหนังสือ อันเป็นหลักฐานของมูลนิธิ เมื่อประธานกรรมการมูลนิธิ หรือกรรมการมูลนิธิผู้ได้รับมอบหมายให้ทา การแทนได้ลงลายมือชื่อแล้วจึงเป็นอันใช้ได้
17.4 ปฏิบัติการอื่น ๆ ตามข้อบังคับ และมติของคณะกรรมการมูลนิธิ
ข้อ 18 ให้รองประธานกรรมการมูลนิธิทำหน้าที่แทนประธานกรรมการมูลนิธิ เมื่อประธานไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือในกรณีที่ประธานมอบหมายให้ทา การแทน
ข้อ 19 ถ้าประธานกรรมการมูลนิธิและรองประธานกรรมการมูลนิธิไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมคราวหนึ่งคราวใดได้ ให้ที่ประชุมเลือกตั้งกรรมการมูลนิธิคนใดคนหนึ่งเป็นประธานสาหรับการประชุมคราวนั้น
ข้อ 20 เลขานุการมูลนิธิมีหน้าที่ควบคุมกิจการ และดำเนินการประชุมของมูลนิธิ ติดต่อประสานงานทั่วไป รักษาระเบียบข้อบังคับของมูลนิธิ นัดประชุมกรรมการตามคำสั่งของประธานกรรมการมูลนิธิ และทำรายงานการประชุมตลอดจนรายงานกิจการของมูลนิธิ
ข้อ 21 เหรัญญิกมีหน้าที่ควบคุมการเงิน ทรัพย์สินของมูลนิธิ ตลอดจนบัญชีและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องและเป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการมูลนิธิกำหนด
ข้อ 22 สาหรับกรรมการตำแหน่งอื่น ๆ ให้มีหน้าที่ตามที่คณะกรรมการมูลนิธิกำหนด โดยทำเป็นคำสั่งระบุอำนาจหน้าที่ให้ชัดเจน
ข้อ 23 คณะกรรมการของมูลนิธิมีสิทธิเข้าร่วมประชุมกรรมการ หรืออนุกรรมการอื่น ๆ ของมูลนิธิได้
หมวดที่ 7
อนุกรรมการ
ข้อ 24 คณะกรรมการมูลนิธิอาจแต่งตั้งหรือถอดถอนอนุกรรมการได้ตามความเหมะสม โดยจะแต่งตั้งให้เป็นอนุกรรมการประจำหรือเพื่อการใด เป็นกรณีพิเศษเฉพาะคราวก็ได้ และในกรณีที่คณะกรรมการมูลนิธิไม่ได้แต่งตั้งประธานอนุกรรมการ เลขานุการหรืออนุกรรมการในตำแหน่งอื่นไว้ ก็ให้อนุกรรมการและคณะแต่งตั้งกันเองดำรงตำแหน่งดังกล่าวก็ได้
ข้อ 25 อนุกรรมการอยู่ในตาแหน่งจนกว่าจะเสร็จที่ได้มอบหมายให้กระทำส่วนอนุกรรมการประจำอยู่ในตำแหน่งตามเวลาที่คณะกรรมการมูลนิธิกำหนด ซึ่งถ้ามิได้กำหนดไว้การให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระของคณะกรรมการมูลนิธิซึ่งเป็นผู้แต่งตั้ง และอนุกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งอาจได้รับการแต่งตั้งอีกก็ได้
25.1 อนุกรรมการมีหน้าที่ดำเนินการตามที่คณะกรรมการมูลนิธิมอบหมาย
25.2 อนุกรรมการมีหน้าที่เสนอความคิดเห็นต่อคณะกรรมการมูลนิธิเกี่ยวกับงานที่ได้รับมอบหมาย
หมวดที่ 8
การประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ
ข้อ 26 คณะกรรมการมูลนิธิจะต้องจัดให้มีการประชุมสามัญประจำปีทุก ๆ ปี ภายในเดือนมีนาคมและต้องมีกรรมการมูลนิธิเข้าประชุมอย่างน้อยกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
ข้อ 27 การประชุมวิสามัญอาจมีได้ในเมื่อประธานกรรมการมูลนิธิ หรือเมื่อคณะกรรมการมูลนิธิตั้งแต่3 คนขึ้นไป แสดงความประสงค์ไปยังประธานกรรมการมูลนิธิ หรือผู้ทำการแทนขอให้มีการประชุมก็ให้เรียกประชุมวิสามัญได้
ข้อ 28 กำหนดการประชุมของคณะกรรมการมูลนิธิและคณะอนุกรรมการให้เป็นได้ตามที่คณะกรรมการมูลนิธิและคณะอนุกรรมการกาหนด ในส่วนที่เกี่ยวกับองค์ประชุมให้ใช้ข้อบังคับ ข้อ 26มาบังคับโดยอนุโลม
ข้อ 29 ในการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิหรือคณะอนุกรรมการ หากมิได้มีข้อบังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นมติของที่ประชุมให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมาก ในกรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาดกิจการใดที่เป็นงานประจำ หรือกิจการเล็กน้อย ประธานกรรมการมูลนิธิมีอำนาจสั่งให้ใช้วิธีสอบถามมติทางหนังสือแทนการเรียกประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ แต่ประธานกรรมการมูลนิธิต้องรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิในคราวต่อไปถึงมติและกิจการที่ได้ดำเนินการไปตามมตินั้น กิจการใดเป็นงานประจำ หรือเป็นกิจการเล็กน้อยหรือไม่ ให้อยู่ในดุลพินิจของประธานกรรมการมูลนิธิ
ข้อ 30 ในการประชุมคณะกรรมการมูลนิธิหรือคณะอนุกรรมการ ประธานกรรมการมูลนิธิ หรือประธานในที่ประชุม มีอำนาจเชิญหรืออนุญาตให้บุคคลที่เห็นสมควรเข้าร่วมประชุมในฐานะแขกผู้มีเกียรติหรือผู้สังเกตการณ์เพื่อชี้แจง หรือเพื่อให้คำปรึกษาแก่ที่ประชุมได้
หมวดที่ 9
การเงิน
ข้อ 31 ประธานกรรมการมูลนิธิ หรือรองประธานกรรมการมูลนิธิในกรณีทาหน้าที่แทนมีอานาจสั่งจ่ายเงินได้คราวละไม่เกิน 100,000.- บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่าจา นวนดังกล่าว ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการมูลนิธิโดยเสียงข้างมาก เว้นแต่กรณีจำเป็นและเร่งด่วนให้อยู่ในดุลพินิจของประธานกรรมการมูลนิธิที่จะอนุมัติให้จ่ายได้ แล้วต้องรายงานให้คณะกรรมการมูลนิธิทราบในการประชุมคราวต่อไป
ข้อ 32 เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดได้ครั้งละไม่เกิน 10,000.- บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)
ข้อ 33 เงินสดของมูลนิธิหรือเอกสารสิทธิต้องนำฝากไว้กับธนาคาร หรือสถาบันการเงินอื่นใดที่รัฐบาลค้ำประกัน หรือซื้อพันธบัตรรัฐบาล แล้วแต่คณะกรรมการมูลนิธิจะเห็นสมควร
ข้อ 34 การสั่งจ่ายเงินโดยเช็คหรือตั๋วสั่งจ่ายเงินจะต้องมีลายมือชื่อของประธานกรรมการมูลนิธิหรือผู้ทำการแทน กับเลขานุการหรือเหรัญญิกลงนามทุกครั้งพร้อมกับประทับตราของมูนิธิฯ จึงจะเบิกจ่ายได้
ข้อ 35 การใช้จ่ายเงินตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ รวมทั้งค่าใช้จ่ายประจำสำนักงาน ให้จ่ายเพียงดอกผลอันเกิดจากทรัพย์สินที่เป็นทุน เงินที่ผู้บริจาคมิได้แสดงเจตนาให้เป็นเงินสมทบทุนโดยเฉพาะ และรายได้อันเกิดจากการจัดกิจกรรมของมูลนิธิ
ข้อ 36 ให้คณะกรรมการมูลนิธิวางระเบียบเกี่ยวกับการเงิน บัญชี และทรัพย์สินของมูลนิธิ ตลอดจนกำหนดอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ เกี่ยวกับการรับและจ่ายเงิน นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
ข้อ 37 ให้คณะกรรมการมูลนิธิจัดทำรายงานสถานะการเงินของมูลนิธิในรอบระยะเวลาบัญชีที่ผ่านมาสิ้นสุดตามปีปฏิทิน เสนอต่อที่ประชุมในการประชุมสามัญประจำปี
หมวดที่ 10
การแก้ไข เพิ่มเติมข้อบังคับของมูลนิธิ
ข้อ 38 การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับจะกระทำได้ โดยเฉพาะที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ ซึ่งต้องมีกรรมการมูลนิธิเข้าประชุมไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด และการอนุมัติให้แก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการที่เข้าประชุม
หมวดที่ 11
การเลิกมูลนิธิ
ข้อ 39 ถ้ามูลนิธิต้องเลิกล้มไปโดยมติของคณะกรรมการหรือโดยเหตุผลใดก็ตาม ทรัพย์สินทั้งหมดของมูลนิธิที่เหลืออยู่ให้ตกเป็นกรรมสิทธ์ิแก่สมาคมศัลยแพทย์ทรวงอกแห่งประเทศไทย
ข้อ 40 การสิ้นสุดของมูลนิธินั้น นอกจากที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้ว ให้มูลนิธิเป็นอันสิ้นสุดลงโดยมิต้องให้ศาลสั่งเลิกด้วยเหตุต่อไปนี้
40.1 เมื่อมูลนิธิได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลแล้วไม่ได้รับทรัพย์ตามคำมั่นนั้น
40.2 เมื่อกรรมการมูลนิธิจำนวนสองในสาม มีมติให้ยกเลิก
40.3 เมื่อมูลนิธิไม่อาจหากรรมการได้ครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ
40.4 เมื่อมูลนิธิไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด
หมวดที่ 12
บทเบ็ดเตล็ด
ข้อ 41 การตีความข้อบังคับของมูลนิธิ หากเป็นที่สงสัยให้คณะกรรมการมูลนิธิโดยเสียงข้างมากของจำนวนกรรมการที่มีอยู่เป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ 42 ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมูลนิธิมาใช้บังคับในเมื่อข้อบังคับของมูลนิธิมิได้กำหนดไว้
ข้อ 43 มูลนิธิต้องไม่ดำเนินการหาผลประโยชน์มาแบ่งปันกัน หรือเพื่อบุคคลอื่นนอกจากเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธินั้นเอง
ลงนาม ผู้จัดทำ ข้อบังคับ
(นายแพทย์ชลิต เชียรวิชัย)
ตำแหน่ง ประธานกรรมการมูลนิธิ